เด็กดีต้องตั้งจัยเรียน O_O เด็กดีนิดหนึ่งต้องอย่างแนนซ์ +55

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ทดสอบครั้งที่ 1

ทดสอบส่งงานครั้งที่1 ที่นี่

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

ความรักของพ่อแม่


ความรักของพ่อแม่
การเดินทางร่วมกันของเราในวัฏสงสารมีทั้งรักกัน เกลียดกัน ทำดีบ้าง ทำชั่วบ้างเหล่านี้คือกรรมที่ทำสะสมไว้ซ้ำๆ ซากๆกรรมดีหรือนิสัยที่ดี เป็นการสร้างบารมีกรรมชั่ว นิสัยที่ไม่ดี สะสมเป็นอาสวะ กิเลส การที่เราเกิดมาในท้องแม่ ถือเป็นกรรมเก่าผลของกรรมเก่าที่สร้างสมไว้เปรียบเหมือนเมล็ดพืชการรับรู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และการเลี้ยงดูของพ่อแม่เป็นปัจจัยหรือเปรียบเหมือน ปุ๋ย ดิน น้ำ แสงแดดที่ช่วยบำรุงเลี้ยงเมล็ดพืชให้งอกงาม อย่างไรก็ตาม เด็กทารกทุกคนคือผู้บริสุทธิ์การเลี้ยงดูของพ่อแม่ด้วยความรักความเมตตา จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ที่จะช่วยให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างมีความสุข ตรงกันข้าม เด็กที่เกิดมาอย่างขาดความรักความอบอุ่นในครอบครัว ยากที่จะมีจิตใจที่ดีได้มักมีปัญหาทางใจ เป็นคนขี้น้อยใจ ขี้อิจฉาริษยา ขี้กลัว ขี้โกรธ ขี้ตกใจ ฯลฯ เรียกว่า จิตใจไม่สมบูรณ์
ความรักจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ทุกคนต้องการความรักจากพ่อแม่ญาติพี่น้อง และบุคคลที่อยู่รอบข้างเราจะเกิดความรู้สึกอบอุ่น มั่นคง ปลอดภัยและสุขใจ เมื่อได้รับความรักความรักจึงทำให้มนุษย์มีจิตใจที่สมบูรณ์ ชีวิตของเราเริ่มสัมผัสกับความรักได้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ อาหารถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกผ่านสายสะดือ ความรู้สึกนึกคิดของแม่ก็ถ่ายทอดถึงจิตใจของลูกผ่านสะดืออารมณ์ได้เหมือนกัน ดังนั้น การทำหน้าที่แม่ที่ดีไม่เพียงแต่รักษาร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์เท่านั้นหากต้องรักษาอารมณ์และจิตใจที่ดีด้วยโดยการรักษาศีล ภาวนา คิดดี พูดดี ทำดีญาติพี่น้อง บุคคลรอบข้างก็ควรให้ความรักความเมตตา ให้กำลังใจ แก่ผู้ที่กำลังจะเป็นแม่ ตามหลักจิตวิทยาเชื่อว่า จิตใจของเด็กมีความละเอียดอ่อน ซึมซับสิ่งต่างๆ ได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงดูเด็กในช่วงอายุ ๓-๔ ขวบ จะเป็นช่วง หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่จะมีผลต่อการกำหนดจริตนิสัย พฤติกรรมของเด็กในเวลาต่อมาเด็กที่ได้รับความรัก จะมีความรู้สึกอบอุ่นมีความมั่งคงทางอารมณ์ และเติบโตขึ้นมามีความสุข เด็กที่ขาดความรัก ถูกทอดทิ้ง จะรู้สึกมีปมด้อยขี้น้อยใจ ขี้อิจฉาริษยา ขี้กลัว เป็นต้นความรักที่พอเหมาะพอดี จึงเป็นเรื่องสำคัญ

รักให้เป็นรักยังไง????



ต้องเตือนใจเราเองอยู่เสมอว่า "เราจะรักอย่างมีสติ".... พร้อมด้วยปัญญา
"ความรัก" ต้องวางอยู่บนรากฐานแห่งความมีสติ

รักอย่างมีปัญญา เพราะจะทำให้ผู้รักมีความสุข เป็นอิสระ

ไม่มีจิตใจที่คับแคบ ที่จะผูกมัดรัด "เขา" เอาไว้เป็นของ "เรา"

คงต้องหันกลับมามองความรักกันใหม่...

เริ่มจาก "ใจ" ของเราก่อน ลองหันกลับมามองตัวเองอย่างจริงใจ

และมีเมตตา ว่าเรา "รัก" ตัวเราเองเป็นหรือเปล่า...

ลองมองดูซิว่าเราดูแลกาย จิตและวิญญาณ ของเราดีอยู่หรือไม่...

เราเบียดเบียนตัวเราเองจนเกิดทุกข์บ้างไหม...

เราต้องเริ่ม "รัก" ตัวเองให้เป็นเสียก่อน...

ถ้าเรา "รัก" ตัวเรา เราจะมีเมตาต่อตัวเอง...

เราจะไม่เบียดเบียนหรือทำร้ายใจของเราให้ขุ่นมัว...

แล้วเราจะรักตัวเองอย่างไม่เห็นแก่ตัว แต่ระมัดระวังใจเราอย่างดี..

ใจอย่างนี้จะเข้มแข็งและมีพลังแห่งความรักกว้างขวางยิ่งใหญ่...

ต้องเตือนใจเราเองอยู่เสมอว่า "เราจะรักอย่างมีสติ"....

พร้อมด้วยปัญญา จะต้องไม่ติดอยู่ในความหลงไหลไร้สติ...

ที่มุ่งคิดแต่จะให้เขากลับมาตอบสนองเรา เราจึงจะมีความสุข...

เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เรานั่นเองแหละที่จะเจ็บปวดและเกิดทุกข์...

จงเป็นสุขที่ได้รักเถิด รักอย่างไม่มีเงื่อนไข...

รักอย่างไม่คิดยึดครองไว้เป็นของตน..

และรักอย่างไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน...

ถ้าทำได้...จะเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่...

ไม่คับแคบหากแต่ งดงามอย่างกว้างขวาง ....

ไม่มีที่สุด...ไม่มีประมาณ.....

"รักใด ยิ่งรัก ยิ่งทุกข์ ตายอยู่บนกองทุกข์ อย่าบุกต่อ รักใด ยิ่งรัก ยิ่งหมดทุกข์ เยือกเย็น อยู่เหนือทุกข์ ขอให้รุก ให้ดี..."

การทำงานของคอมพิวเตอร์

การทำงานของคอมพิวเตอร์
1.อุปกรณ์ใดถือเป็นหม้อเเปลงไฟฟ้าของคอมพิวเตอร์ เเละมีหน้าที่อะไร
ตอบ Power Supply มีหน้าที่เป็น หม้อแปลงไฟฟ้าของระบบ เนื่องจาก อุปกรณ์ทุกชิ้น ที่ติดตั้งอยู่ภายใน PC นั้น จะต้องได้รับ ไฟฟ้าหล่อเลี้ยง มาจาก Power Supply ด้วยกันทั้งสิ้น .
2.ภายใน PC จะประกอบด้วยส่วนต่างๆมากมาย เเต่ส่วนใดถือเป็นศูนย์กลางในการทำงานของคอมพิวเตอร์ เเละมีหน้าที่การทำงานอย่างไร
ตอบ Microprocessor มีหน้าที่ในการจัดการคำสั่ง และการประมวลผลที่มีความซับซ้อน เป็นอย่างมาก ถ้าเราเปรียบ PC กับการทำงานของมนุษย์แล้ว เราจะเปรียบ CPU ได้เท่ากับเป็นสมองของมนุษย์เลยทีเดียว คุณคงจะคุ้นเคยกันดี เวลาเลือกซื้อ PC ที่มักจะต้องคำนึงถึง CPU กันก่อน ว่าจะเลือกใช้ Pentium III, Celeron หรือ Athlon ซึ่งนี่ก็คือตัวอย่าง ที่แสดงให้เห็น ถึงความสำคัญของ CPU ได้เป็นอย่างดี .
3.สิ่งเเรกที่ต้องคำนึงก่อนการเลือกซื้อ PC คือ? เพราะอะไร?
ตอบ Central Processing Unit (CPU) เพราะถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด และเป็นศูนย์กลาง การทำงานของ PC ตัว CPU นั้น ถือว่าเป็น microprocessor ประเภทหนึ่ง ที่มีความสามารถ ในการจัดการคำสั่ง และการประมวลผลที่มีความซับซ้อน เป็นอย่างมาก.
4.Power Supply ถือเป็นหม้อเเปลงของระบบ หาก Power Supply มีปัญหา จะเกิดอะไรขึ้นกับคอมพิวเตอร์ เเละมีวิธีการเเก้อย่างไร อธิบาย
ตอบ คอมพิวเตอร์ไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากไม่มีการไหลเวียนของกระเเสไฟฟ้า

วิธีป้องกันและควบคุมไข้หวัด 2009




ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1 เอ็น1) กำลังขยายตัวไปทั่วโลก และขณะนี้ประเทศไทยพบการระบาดภายในประเทศแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษา และสถานประกอบการ ซึ่งอาจแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้มีอาการคล้ายกันกับไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ธรรมดา ส่วนใหญ่มีอาการน้อยและหายได้โดยไม่ต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล

สำหรับผู้ป่วยจำนวนไม่มากในต่างประเทศที่เสียชีวิต มักเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน เป็นต้น ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ โรคอ้วน ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และหญิงมีครรภ์

สำหรับวิธีการติดต่อและวิธีการป้องกันโรค จะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ธรรมดา กระทรวงสาธารณสุข จึงขอให้คำแนะนำในการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1 เอ็น1) ดังต่อไปนี้

คำแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป

1. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ

2. ไม่ใช้แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ร่วมกับผู้อื่น

3. ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด

4. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยการกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ดื่มน้ำมากๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

5. ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัดและอากาศถ่ายเทไม่ดีเป็นเวลานาน โดยไม่จำเป็น

6. ติดตามคำแนะนำอื่นๆ ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่

1. หากมีอาการป่วยไม่รุนแรง เช่น ไข้ไม่สูง ไม่ซึม และรับประทานอาหารได้ สามารถรักษาตามอาการด้วยตนเองที่บ้านได้ ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล ควรใช้พาราเซตามอลเพื่อลดไข้ (ห้ามใช้ยาแอสไพริน) นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากๆ

2. ควรหยุดเรียน หยุดงาน จนกว่าจะหายเป็นปกติ และหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น

3. สวมหน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็นต้องอยู่กับผู้อื่น หรือใช้กระดาษทิชชู ผ้าเช็ดหน้า ปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ไอ จาม

4. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ โดยเฉพาะหลังการไอ จาม

5. หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก หอบเหนื่อย อาเจียนมาก ซึม ควรรีบไปพบแพทย์

คำแนะนำสำหรับสถานศึกษา

1. แนะนำให้นักเรียนที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ พักรักษาตัวที่บ้านหรือหอพัก หากมีอาการป่วยรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์

2. ตรวจสอบจำนวนนักเรียนที่ขาดเรียนในแต่ละวัน หากพบขาดเรียนผิดปกติ หรือตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปในห้องเรียนเดียวกัน และสงสัยว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสอบสวนและควบคุมโรค

3. แนะนำให้นักเรียนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ เฝ้าสังเกตอาการของตนเองเป็นเวลา 7 วัน ถ้ามีอาการป่วยให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้าน

4. หากสถานศึกษาสามารถให้นักเรียนที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ทุกคนหยุดเรียนได้ ก็จะป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้ดี และไม่จำเป็นต้องปิดสถานศึกษา แต่หากจะพิจารณาปิดสถานศึกษา ควรหารือร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่

5. ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น โต๊ะเรียน ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ราวบันได คอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยการใช้น้ำผงซักฟอกเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1 - 2 ครั้ง จัดให้มีอ่างล้างมือ น้ำและสบู่อย่างเพียงพอ ในบางวันควรเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และแสงแดดส่องได้ทั่วถึง

คำแนะนำสำหรับสถานประกอบการและสถานที่ทำงาน

1. แนะนำให้พนักงานที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ พักรักษาตัวที่บ้าน หากมีอาการป่วยรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์

2. ตรวจสอบจำนวนพนักงานที่ขาดงานในแต่ละวัน หากพบขาดงานผิดปกติ หรือตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปในแผนกเดียวกัน และสงสัยว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสอบสวนและควบคุมโรค

3. แนะนำให้พนักงานที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ เฝ้าสังเกตอาการของตนเองเป็นเวลา 7 วัน ถ้ามีอาการป่วยให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้าน

4. ในสถานการณ์ปัจจุบัน ยังไม่แนะนำให้ปิดสถานประกอบการหรือสถานที่ทำงาน เพื่อการป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

5. ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น โต๊ะทำงาน ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ราวบันได คอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยการใช้น้ำผงซักฟอกทั่วไปเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1 - 2 ครั้ง จัดให้มีอ่างล้างมือ น้ำและสบู่อย่างเพียงพอ ในบางวันควรเปิดประตู หน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และแสงแดดส่องได้ทั่วถึง

6. ควรจัดทำแผนการประคองกิจการในสถานประกอบการและสถานที่ทำงาน เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง หากเกิดการระบาดใหญ่ (ดูรายละเอียดในเว็บไซต์ของสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค http://beid.ddc.moph.go.th/)

ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์



คอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นผลมาจากการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือในการคำนวณซึ่งมีวิวัฒนาการนานมาแล้ว เริ่มจากเครื่องมือในการคำนวณเครื่องแรกคือ "ลูกคิด" (Abacus) ที่สร้างขึ้นในประเทศจีน เมื่อประมาณ 2,000-3,000 ปีมาแล้ว

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2376 นักคณิตศาสต์ชาวอังกฤษ ชื่อ ชาร์ล แบบเบจ (Charles Babbage) ได้ประดิษฐ์เครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine) สามารถคำนวณค่าของตรีโกณมิติ ฟังก์ชั่นต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ การทำงานของเครื่องนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนเก็บข้อมูล ส่วนคำนวณ และส่วนควบคุม ใช้ระบบพลังเครื่องยนต์ไอน้ำหมุนฟันเฟือง มีข้อมูลอยู่ในบัตรเจาะรู คำนวณได้โดยอัตโนมัติ และเก็บข้อมูลในหน่วยความจำ ก่อนจะพิมพ์ออกมาทางกระดาษ
หลักการของแบบเบจนี้เองที่ได้นำมาพัฒนาสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ เราจึงยกย่องให้แบบเบจเป็น บิดาแห่งเครื่องคอมพิวเตอร์
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ได้มีผู้ประดิษฐ์เครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมามากมายหลายขนาด ทำให้เป็นการเริ่มยุคของคอมพิวเตอร์อย่างแท้จริง โดยสามารถจัดแบ่งคอมพิวเตอร์ออกได้เป็น 5 ยุค
ยุคที่หนึ่ง (First Generation Computer) พ.ศ. 2489-2501
ยุคที่สอง (Second Generation Computer) พ.ศ. 2502-2506
ยุคที่สาม (Third Generation Computer) พ.ศ. 2507-2512
ยุคที่สี่ (Fourth Generation Computer) พ.ศ. 2513-2532
ยุคที่ห้า (Fifth Generation Computer) พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบัน

ราศีมีน 15 มีนาคม – 12 เมษายนในปี 2552 นี้

โปรดใช้วิจารญาณในการอ่าน

ราศีมีน 15 มีนาคม – 12 เมษายนในปี 2552 นี้

ท่านสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามาก ชีวิตและงานของท่านเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีหลายครั้ง ดาวประจำราศีชองท่าน “พักร์” ในราศีมังกรอันเป็นราศีที่พฤหัสบดีอับแสงซึ่งกลับให้คุณแก่ดวงของท่านในกรณี เกิดวิกฤตในทางวิชาการหรือจริยธรรม ซึ่งท่านจะออกมาแก้ไขให้ทุเลาเบาบางลงได้หรือกลับสู่สภาพปกติ วันที่ 4 ธันวาคม 2551 ดาวพฤหัสบดีย้ายเข้าราศีมังกร คืออับแสงร่วมกับราหู จนวันที่ 20 เมษายน 2552 พฤหัสบดี ย้ายขึ้นราศีกุมภ์จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2552 ถอยกลับมาราศีมังกรอีกจนถึง 14 ธันวาคม 2552 จึงย้ายไปราศีกุมภ์อีก ท่านจึงออกจะมีชีวิตความเป็นอยู่และความคิดจิตใจที่โลดโผน มีเพื่อนใหม่ ๆ หรือเพื่อนเก่าแต่เขามาในมาดใหม่ชี้นำให้ท่านทำธุรกรรมที่ต้องลงทุนด้วยเงิน หรือความรู้ความสามารถหรือชื่อเสียงของท่าน ซึ่งถ้าเป็นกรณีเช่นนี้มักถอนทุนไม่ขึ้น แล้วพวกเพื่อนๆตัวดีเหล่านี้จะหายเข้ากลีบเมฆไปหมด แต่ดาวดวงนี้ก็ให้คุณแก่ท่านตลอดชีวิตวันที่ 30 กันยายน 2552 ดาวเสาร์ย้ายจากราศีสิงห์ลงมาราศีกันย์ในฐานะดาวร้ายธรรมดา ๆ ดวงหนึ่ง แม้จะเล็งราศีเกิดของท่านก็ให้ร้ายแบบสามัญไม่รุนแรงสัตว์ชนิดหนึ่งที่ชอบขโมยปลาชาวบ้านมโหดอย่างที่ดาว เสาร์มักจะกระทำเมื่ออยู่ในราศีที่ทำให้เด่นหรือเสื่อมชาวราศีมีนได้ผ่านการถูกราหูทับมาแล้วเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2548 ถึง 29 กันยายน 2549 ในช่วงเวลาปีกว่า ๆ เช่นนั้นท่านได้อะไรมาและต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง ถ้าจำได้ก็อาจช่วยให้วินิจฉัยสถานการณ์ที่จะเกิดจากราหูเข้าราศีที่เป็นภพ กรรมะ (งาน) ของท่านได้พอสมควร หรือบางทีก็ไม่ได้อะไรเลยตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2552 ดาวศุกร์ย้ายเข้าราศีมีนเป็นมหาอุจ ดาวศุกร์นี้เป็นดาวแห่งความรักเสน่หายาใจ เป็นดาวที่นำความปลาบปลื้มดื่มดำมาสู่ผู้คน เป็นดาวแห่งความกลมเกลียวสมสนิทในไมตรีจิตภาพ ดาวศุกร์นี้จะโคจรในราศีมีนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2552 ชาวราศีนี้และราศีที่มีศุกร์เป็นดาวประจำราศีคือพฤษภและตุลจะมีความสุขอย่าง มาก แม้คนที่อาภัพที่สุดก็จะรื่นรมย์สมหวังในความปรารถนาต่าง ๆ อย่างนึกไม่ถึง ช่วยให้คนยากจนเป็นคนมั่งคั่งได้โดยสุจริต และโชคดีเรื่องความรักอย่างพระสังข์ทองได้รจนา ไม่มีใครริษยาและต่อต้านได้ท่านชาวราศีมีนเป็นคนที่มีจิตใจละเอียดสุขุมประณีต รักษาอนามัยดีและเป็นคนสะอาดทั้งใจและกาย มีระเบียบวินัยดูแลตนเองได้ สุภาพต่อผู้อื่นแม้จะเป็นผู้อาภัพอับวาสนา
แต่ราศีที่อยู่ข้างหน้าราศีมีนเป็นราศีเมษ ท่านจึงโกรธเก่งที่สุด ถ้าเป็นมิตรก็เป็นกัลยาณมิตร ถ้าเป็นศัตรูก็หฤโหดและไม่อภัยให้แก่ใครใด ๆทั้งสิ้น เหมือนคนไม่มีหัวใจ บทจะรักก็รัก ไม่รักก็เกลียดเลย เป็นเพื่อนกันก็ไม่เอา ปีใหม่นี้ท่านดวงดีกว่าหลายปีที่ผ่านมา ไม่พูดให้ร้ายผู้อื่นแล้วจะดีที่สุด